ศัลยกรรมหน้าอก วิธีการเตรียมผ่าตัดเสริมหน้าอก

ศัลยกรรมหน้าอก วิธีการเตรียมผ่าตัดเสริมหน้าอก ตำแหน่งที่ศัลยแพทย์จะใส่ถุงเจลนั้นมีอยู่ 3 ทางด้วยกัน (จะเลือกใส่ทางเดียว เเละขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตำเเหน่งพร้อมพิจรณาร่วมกันในวันรับการปรึกษา)1. รอบปานนมบริเวณที่เป็นสีชมพูเข้ม (Nipples)2. บริเวณรักแร้ (Armpits)3. ใต้ราวนม (Submammary)ในวันทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกเมื่อทำแนวเส้นผ่าตัดตำเเหน่งแล้วศัลยแพทย์จะเปิดช่องตำเเหน่งเพื่อวางถุงซิลิโคน การกำหนดตำเเหน่งการใส่ถุงซิลิโคนเสริมหน้าอกสามารถใส่ไว้บนกล้ามเนื้อ หรือใต้กล้ามเนื้อขึ้นอยู่กับการ ศัลยกรรมหน้าอก.

ศัลยกรรมหน้าอก

ศัลยกรรมหน้าอก พิจารณาระหว่างศัลยแพทย์กับผู้ทำขณะปรึกษาก่อนผ่าตัดในช่วง 2 วันแรกหลังผ่าตัด ศัลยเเพทย์จะพันผ้าพันแผลไว้รอบหน้าอกเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนของทรวงอก และบรรเทาอาการเจ็บปวดการผ่าตัดเสริมหน้าอก ทางคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง พีเอไอ จะแนะท่านนอนโรงพยาบาลหลังทำการผ่าตัด 1 คืน เพื่อความปลอดภัยหลังการผ่าตัด และให้เเน่ใจว่าไม่มีผลค้างเคียงเกี่ยวกับการวางยาสลบ (รวมอยู่ในค่าใช้จ่ายเเล้ว) การเตรียมตัว (ปรึกษา) และก่อนการทำ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก
เเจ้งให้เเพทย์ทราบว่าท่านมีโรคประจำตัว หรือประวัติเเพ้ยาอะไรบ้าง ในวันที่มาปรึกษาวางแผนเกี่ยวกับขนาดหน้าอก เพื่อปรึกษาแพทย์รวมถึงเเพทย์จะเเนะนขนาดหน้าอกเเละบริเวณการใส่ที่เหมาะสมงดอาหารประมาณ 8 ชั่วโมงก่อนการทำศัลยกรรมเสริมหน้าอก เพื่อตรวจร่างกายเตรียมเครื่องใช้ส่วนตัวมาระหว่างพักฟื้นงดยาในกลุ่มพวกแอสไพริน, ไวตามิน อีเตรียม sport bra (หาซื้อได้เเผนกกีฬา) ขนาดใหญ่กว่าขนาดปัจจุบันหนึ่งไซด์ก่อนทำสัก 1-2 ชุด เพื่อสวมใส่
วิธีการเสริมหน้าอกตำแหน่งที่ศัลยแพทย์จะใส่ถุงเจลนั้นมีอยู่ 3 ทางด้วยกัน (จะเลือกใส่ทางเดียว) คือ 1. รอบปานนมบริเวณที่เป็นสีชมพูเข้ม 2. บริเวณรักแร้ 3. ใต้ราวนมเมื่อกำหนดจุดใส่ซิลิโคนได้เเล้ว ศัลยเเพทย์จำกำหนดเเนวเส้นเพื่อเปิดช่องภายในสำหรับวางถุงซิลิโคนช่องนี้จะอยู่เหนือ หรือใต้ชั้นกล้ามเนื้อขึ้นอยู่กับการพิจารณาร่วมกันระหว่างศัลยแพทย์กับผู้ทำขณะปรึกษาก่อนผ่าตัด ส่วนความยาวของแนวเส้นผ่าตัดที่จะถูกทำขึ้นมาขึ้นอยู่กับขนาดของถุงซิลิโคนที่จะถูกใส่เข้าไปการผ่าตัดเสริมหน้าอกกับคลินิกศัลยกรรมตกแต่ง พีเอไอ ทางเราจะแนะนำท่านนอนโรงพยาบาลหลังทำการผ่าตัด 1 คืน เพื่อพักฟื้น เเละ ความปลอดภัยหลังการผ่าตัดเพื่อให้เเน่ใจว่าไม่มีผลค้างเคียงเกี่ยวกับการวางยาสลบ

การผ่าตัดเสิรมหน้าอกนับได้ว่าเป็นหนึ่งในการทำศัลยกรรมความงาม ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้หญิงที่ตัวเล็กหรือมีรูปร่างผอม ซึ่งคนกลุ่มนี้อาจมีขนาดของหน้าอกค่อนข้างเล็ก และสร้างความไม่มั่นใจให้ตัวเองเวลาสวมใส่เสื้อผ้า หรือคุณแม่ที่เคยให้นมบุตร ก็อาจจะเจอปัญหาหน้าอกหย่อนยาน ดังนั้นการเสริมหน้าอก จึงเป็นคำตอบ ของการสร้างความมั่นใจสำหรับคุณผู้หญิงกลับคืนมาได้อย่างแท้จริง

ประเภทของการเสริมหน้าอก
ปัจจุบันการศัลยกรรมเพิ่มขนาดของหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น สามารถทำได้ด้วยกัน 3 วิธี คือ
1.การเสริมหน้าอกด้วยการฉีดสารเติมเต็ม หรือ Filler เป็นการเสริมหน้าอกด้วยการฉีดสารจำพวก Hyarulonic Acid โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะสำหรับคนที่อยากเพิ่มขนาดหน้าอกแต่ไม่อยากผ่าตัด ซึ่งหน้าอกจะมีขนาดใหญ่ขึ้น โดยใช้เวลาไม่นานเพียง 30 นาที ซึ่งสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องพักฟื้น โดยหน้าอกจะคงสภาพความสวยงามนาน 1-2 ปี
2.การเสริมหน้าอกด้วยไขมันของตัวเอง โดยเป็นการเสริมด้วยไขมันที่ดูดออกจากร่างกายของตัวเอง เช่น ดูดจากบริเวณหน้าท้อง ต้นขา เป็นต้น การฉีดไขมันเสริมหน้าอกจะต้องใช้ประมาณ 200-300 ซีซี (ถ้าต้องการเพิ่มให้ใหญ่กว่านี้ควรใส่ด้วยถุงซิลิโคนจะดีที่สุด) สามารถทำได้เฉพาะผู้ที่มีไขมันเพียงพอเท่านั้น ซึ่งข้อดีของการเสริมด้วยไขมันตัวเองนั้น เนื่องจากเป็นไขมันของตัวเราเอง ฉะนั้นร่างกายจะสามารถยอมรับได้ จึงทำให้ไม่มีผลกระทบหรือผลข้างเคียงใด ๆ และได้ประโยชน์จากส่วนที่ถูกดูดออกไปด้วย เช่น ไขมันส่วนเกินตามหน้าท้อง ต้นขา ก็จะลดลงไป และจะไม่มีแผลผ่าตัดใหญ่ จะมีเพียงแผลเจาะเล็ก ๆ เท่านั้น โดยคนไข้จะ ฟื้นตัวเร็ว ไม่ต้องนอนพักในโรงพยาบาล ไม่ต้องดมยาสลบ แต่มีข้อเสียก็คือ ไขมันของตัวเราที่ฉีดเข้าไป มีโอกาสที่ถูกดูดซึมโดยร่างกายกายได้ และอาจจะสลายบางส่วน ในระยะเวลาหนึ่งทำให้ขนาดของหน้าอกเปลี่ยนแปลง และอาจจะไม่พอดีตามที่เราต้องการ
3.การเสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน คือการผ่าตัดเพิ่มขนาดหน้าอกโดยการใส่ถุงเต้านมเทียม ปัจจุบันวิธีนี้เป็นที่ยอมรับกันและมีผลข้างเคียงน้อย ซึ่งได้รับการพิสูจน์แล้วว่าซิลิโคนเมื่อใส่ในร่างกายจะไม่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง ถุงซิลิโคนสามารถอยู่ในคนเราได้ตลอดชีวิต ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ถุงซิลิโคนรั่วหรือเกิดพังผืดที่มีมากเกินไป

สิ่งที่ควรรู้ก่อนผ่าตัด
1.การชาที่หัวนมหรือเต้านม อาจเกิดขึ้นได้หลังผ่าตัดแต่อาการมักดีขึ้นเอง
2.หลังจากการเสริมหน้าอกด้วยถุงเต้านมร่างกายจะมีการสร้างพังพืดรอบถุงเต้านม ถ้าพังพืดมีการแข็งตัวมากขึ้นก็จะรัดถุงเต้านม จนเต้านมมีรูปร่างผิดปกติ การผ่าตัดทำโดยแก้ไขพังพืดแล้วอาจต้องเปลี่ยนถุงเต้านมเป็นถุงใหม่
3.การเสริมหน้าอกทำให้การอ่านแมมโมแกรมยากขึ้น
4.การผ่าตัดใต้กล้ามเนื้อช่วยให้อ่านแมมโมแกรมได้ดีขึ้น
5.การตั้งครรภ์จะทำให้เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้นโดยขึ้นอยู่กับแต่ละคนมีขนาด เท่าไร ดังนั้นผลระยะยาวของขนาดและรูปร่างของเต้านมจะเปลี่ยนไป
6.การเสริมหน้าอกไม่ทำใoคนที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ศัลยกรรมหน้าอก.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *